10 กฏใหม่ แห่งโลก startup โดย BomOlarn

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสเข้าร่วม Exclusive Seminar
ในหัวข้อ The Art to the Start 2.0 โดย “Bill Reichert”
Managing Director, Garage Technology Ventures

ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ให้กับบริษัทที่มีไอเดียเปลี่ยนโลก ตั้งแต่ยังเป็นยุคเริ่มต้น (Early Stage) แต่ขาดเงินทุนสนับสนุน

บริษัทนี้ใช้เวลาเพียง 5 ปี จากเริ่มก่อตั้งในปี 1998 สามารถช่วยบริษัท Start Up กว่า 100 ราย ระดมเงินทุนได้มากกว่า $400 million หรือกว่า 12,000 ล้านบาท และหลายบริษัทที่เค้าลงทุน เติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างน่าประทับใจ

สัมมนานี้จัดโดย Disrupt University ที่มีหัวหอก คือ “พี่กระทิง เรืองโรจน์ พูนผล” หนึ่งในชายผู้เปลี่ยนโลกและสร้าง Start Up Ecosystem ให้ประเทศไทย ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า “อีกไม่เกิน 5 ปี คุณจะเห็นวงการนี้เติบโตอย่างน่าตกตะลึง”

ด้วยสัมมนานี้ที่เปิดให้ผู้เข้าฟังเพียง 30 ท่าน แต่คุณค่าที่ได้นั้นมหาศาล
ผมจึงหยิบเอา “หลักคิด” ที่น่าสนใจ ที่ “Bill Reichert” มาแบ่งปันแบบ “ไม่มีกั๊ก” มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน หากมีเครดิตใดๆ ของยกให้ Bill และ Disrupt University ครับ

Bill ได้แบ่งปันประสบการณ์กว่า 20 ปีของเค้าในโลก Start Up และนักลงทุนว่า “กฎของโลกแห่ง Start Up ที่ ผู้ประกอบการและเหล่า Innovators เคยเข้าใจได้เปลี่ยนไปแล้ว”

โดยสรุปเป็น 10 ข้อที่น่าสนใจดังนี้
1.Focus on crating value : จงมุ่งในการ “สร้างคุณค่า” ไม่ใช่ “มุ่งหาเงิน”

2.Build a brilliant team : จง “สร้างทีม” ที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่ “ผู้ร่วมก่อตั้ง” ที่ยอดเยี่ยม

3.Ship the test : ออกตลาดให้เร็ว แล้วเรียนรู้จากมัน ไม่ใช่มัวแต่นั่งวางแผน แล้วทำตาม โลกจริงปรับเปลี่ยนเสมอ โดย Bill ให้ เทคนิคที่น่าสนใจว่า “คุณควรใช้เวลาในการวางแผนไม่เกิน 24 ชม. จากนั้น จงออกไปลงมือทำและดูผลลัพธ์จากการทดสอบ”

4.Be an innovator, not an inventor : ฉกฉวยสิ่งที่ “มีประโยชน์” ไม่ใช่ “ประดิษฐ์สิ่งใหม่” แท้จริงแล้ว Innovation คือการนำเอาสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาผสมกันให้เกิด “คุณค่าใหม่ ที่สามารถทำตลาดได้” เช่นระบบการ Search ของ Google ก็ฉกฉวยแนวคิดในการอ้างอิงทางวิชาการ (Academic Citation) มาสร้างรูปแบบการ Searh ของตน / Steve Jobs ก็หยิบเอาข้อดีของเทคโนโลยีต่างๆ ที่เค้าเห็นในแต่ละที่ มาผสมรวมกันจนเป็นสินค้าและบริการที่โดนใจตลาด

5.Get to Wow! : ไม่ใช่นำเสนออย่างสมบูรณ์แบบ แต่ต้องทำให้คนประทับใจ จนร้อง “ว้าว!” จงลืม Format การนำเสนอไปให้หมด ผู้คนชั้นนำล้วนซื้อของด้วยอารมณ์ ความรู้สึก จากนั้นจึงจะมาดูเหตุผลที่คุณมี ถ้าคุณทำให้เค้า “Wow” ได้ อนาคตสดใสขึ้นเยอะ

6.Learn how to sell : สินค้าที่ยอดเยี่ยม “ไม่เพียงพอ” คุณต้องเป็น “ยอดนักขาย” ไม่ใช่จ้างพนักงานขาย แท้จริงแล้ว “ผู้ประกอบการ คือ นักขาย” ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากทำ Start Up “คุณต้องเป็นยอดนักขาย” ex. ทำไม Bill Gate ถึงร่ำรวยมหาศาลจนเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกได้ เพราะเค้า “สามารถขาย” ทั้งความคิดและสินค้าของเค้าให้ IBM นำ Software ของ Microsoft ไปใช้

7.Adapt quickly : ไม่จำเป็นต้องทำคนแรก (First Mover) แต่จงปรับตัวให้รวดเร็ว (Fast Adaptor) หากคุณเป็น Start Up หลายครั้งการเป็น First Mover มีผลเสียมากกว่าข้อดี เพราะคุณต้องเริ่มทำตลาดด้วยตนเอง ซึ่งมีต้นทุนที่สูง แต่หากคุณเข้าไปจับในตลาดที่มีผู้สร้างไว้แล้ว และต่อยอดให้เป็น สร้างคุณค่าใหม่ จะทำให้คุณกลายเป็น Fast Adaptor ที่ใช่ประโยชน์จากเหล่ายักษ์ใหญ่ที่สร้างตลาดไว้ให้ได้อย่างน่าชื่นชม

8.Be intolerant : จงอย่าเป็นบริษัท “โลกสวย” แต่จงสร้างวัฒนธรรมแห่งการ “ไม่ยอมทน” ในที่นี้หมายถึงการไม่ยอมทนต่อการสาย (Late) ล่าช้า (Delay) และ ความไม่รับผิดชอบ (Not Responsibility) บริษัทที่ดีต้องมีความเคี่ยว ที่จะคั้นความสามารถคนออกมา และทีมงานที่ยอดเยี่ยมต้องมีความไวต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้น (Sense of Emergency)

9.Everyone is a leader : ไม่ใช้ผู้นำที่น่าหลงใหล แต่ต้องให้ “ทุกคนผลัดกันนำ” จงเลือกจ้าง “คนที่พร้อมเป็นผู้นำแทนคุณ” เพราะคุณสามารถต่อยอดและขยายศักยภาพทีมโดยไม่ต้องยึดติดแค่ตัวเอง

10.People trump technology : “คน” เหนือกว่าเทคโนโลยี ไม่ใช่เทคโนโลยีสร้างนวัตรรม จงเป็น “เจ้านาย” ของเทคโนโลยี ไม่ใช้ตกเป็นทาสของมัน คนคือผู้ใช้ ผู้สร้าง และคุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ถ้าไม่เข้าใจคน

สำหรับผม นี่คือประสบการณ์ที่ต้องบอกว่า “คุ้มค่า” และมีประโยชน์ “ทุกนาที” ทั้งมั่นใจว่าความรู้ที่ได้ ไม่ใช่มีประโยชน์แค่เหล่า Start Up
เลือกหยิบไปใช้ สร้างความสำเร็จให้ชีวิต ธุรกิจ และสังคมกันครับ

Note: ใครสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.garage.com

ด้วยความปรารถนาดี
BomOlarn บอม โอฬาร

 

ข้อความคัดลอกจาก  https://www.facebook.com/BomOlarn/posts/709548805833963:0 Tongue out